วันพุธที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2556

ข้อมูลประกอบการประชาสัมพันธ์การเปิดให้บริการในวันเสาร์เป็นกรณีพิเศษ


   กระทรวงการต่างประเทศได้อนุมัติให้กรมการกงสุลเปิดให้บริการรับคำร้องขอทำหนังสือเดินทางบุคคลทั่วไป (ไม่รวมหนังสือเดินทางทูตและราชการ และหนังสือเดินทางของพระภิกษุ) ในวันเสาร์ที่ 14 แ ละ 21 ธันวาคม 2556 เป็นกรณีพิเศษ ตั้งแต่เวลา 9.00 - 15.00 น. ณ กรมการกงสุล สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว บางนา และสำนักงานหนังสือเดินทางชั่งคราว ปิ่นเกล้า ทั้งนี้ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชนก่อนช่วงวันหยุดยาวปีใหม่
   โดยการเปิดบริการในกรณีพิเศษนี้จะเปิดให้บริการเฉพาะการรับคำร้องขอทำหนังสือเดินทางไม่มีการจ่ายเล่ม ซึ่งผู้ร้องที่มายื่นคำร้องฯ วันเสาร์สามารถมารับเล่มด้วยตนเองได้ในวันพฤหัสบดีของสัปดาห์ถัดไป หรือหากไม่สะดวกก็สามารถรับเล่มทางไปรษณีย์ (EMS) ได้ภายใน 5 - 7 วันทำการ

วันอังคารที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2556

เครือข่ายหญิงไทยเพชรบูรณ์... ระวังภัยยาเสพติดข้ามชาติ




เมื่อวันที่ ๒๒ ตุลาคม ๒๕๕๖  ผู้อำนวยการกองคุ้มครองและดูแลผลประโยชน์คนไทยในต่างประเทศ  กรมการกงสุล ได้รับเชิญจากคุณสายวรุณ ศรีจินดาหัวหน้าบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดเพชรบูรณ์ ในสังกัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์  ให้เข้าร่วมการเสวนาเพื่ออบรมให้ความรู้กับเครือข่ายภาคประชาชนของจังหวัด  ซึ่งส่วนใหญ่เป็นกลุ่มสตรีแม่บ้านจากหลากหลายอาชีพ จำนวนกว่า  ๓๐๐  คน สาระของการพูดคุยก็เน้นเรื่องการเดินทางไปต่างประเทศอย่างปลอดภัยและเฝ้าระวังการถูกหลอกลวงในรูปแบบต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้ในต่างแดน
ที่จริงเมืองมะขามหวานเพชรบูรณ์ไม่ได้มีปัญหาในพื้นที่มากสักเท่าไหร่ออกจะเป็นบ้านเมืองที่น่าอยู่ด้วยความเงียบสงบและมีสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติที่ร่มรื่น  จากข้อมูลของจัดหางานจังหวัดระบุว่าในช่วงปีที่ผ่านมามีชาวเพชรบูรณ์เดินทางออกไปทำงานในต่างประเทศเพียงแค่  ๔๐๐  คนเท่านั้น  ไม่ได้เกิดปัญหาคนงานตกทุกข์ได้ยากมากมายเหมือนผู้คนในชนบททางภาคตะวันออกเฉียงเหนือซึ่งส่วนใหญ่มีค่านิยมเดินทางไปทำงานต่างแดนกันอย่างคึกคักเป็นเรือนหมื่นเรือนแสน
แม้จะยังไม่เกิดปัญหาหนักในพื้นที่ก็ตาม  แต่ความที่เมืองเพชรบูรณ์เริ่มมีคนต่างชาติเดินทางเข้ามาพำนักอาศัย  เป็นเขยฝรั่งมาแต่งงานกับสาวไทยบ้าง  นักธุรกิจบ้างหรือกระทั่งนักท่องเที่ยวที่เข้ามาในจังหวัดมากขึ้น  กรมการกงสุลจึงได้ฝากข้อคิดเตือนสติให้กลุ่มเครือข่ายสตรีที่นั่นช่วยกันเฝ้าระวังภัยเกี่ยวกับยาเสพติด  เพราะว่าปัจจุบันตัวเลขคนไทยที่ถูกจับกุมฐานเดินทางไปขนยาเสพติดในต่างประเทศมีจำนวนเพิ่มขึ้นเกือบ  ๕๐๐  รายแล้ว  เหยื่อส่วนใหญ่ล้วนแต่เป็นสตรีในวัยสาวที่คบหาและมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับหนุ่มชาวต่างชาติแรกๆ ที่คบหากันก็มีความสุขดีกับทรัพย์สินเงินทองที่มิจฉาชีพเหล่านี้ปรนเปรอให้อย่างไม่อั้นเพื่อให้ตายใจ  บางคนอยู่กินกับคนต่างชาติจนตั้งครรภ์หลังจากนั้นจึงถูกใช้ให้เดินทางไปรับยาเสพติดจากทวีปอเมริกาใต้เพื่อหาทางขนเข้ามายังประเทศไทย   หญิงไทยจึงเคราะห์ร้ายถูกจับอยู่ในประเทศต่างๆ  อาทิ บราซิล อาร์เจนตินา  เปรู  ตุรกี อินเดีย มาเลเซีย จีน กัมพูชา ฯลฯ อย่างไม่หยุดหย่อน ภัยจากยาเสพติดต้องถือว่าเป็นอันตรายใกล้ตัวที่ร้ายแรงที่สุดในชีวิตของลูกผู้หญิงบ้านเราก็ว่าได้



การสร้างเครือข่ายหญิงไทยที่เข้มแข็งในชุมชนแบบที่ทำอยู่ในจังหวัดเพชรบูรณ์จึงเป็นเรื่องน่าชื่นชม  และถือเป็นกิจกรรมสำคัญที่ต้องได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มที่จากภาครัฐ   เมื่อตั้งเป็นองค์กรสตรีขึ้นมาได้แล้วก็ทำกิจกรรมกันให้ต่อเนื่องเพื่อเสริมสร้างองค์ความรู้จะได้เพิ่มภูมิคุ้มกันให้กับชุมชน  ทั้งเฝ้าระวังปัญหาและประสานงานกับเจ้าหน้าที่บ้านเมือง  ... อย่าให้พวกโจรมันเข้ามาหลอกลวงชาวบ้านได้ง่ายๆ





.....................................
กองคุ้มครองและดูแลผลประโยชน์คนไทยในต่างประเทศ
กรมการกงสุล
กระทรวงการต่างประเทศ
123 ถ.แจ้งวัฒนะ ทุ่งสองห้อง หลักสี่ กทม 10210
โทร. 0 2575 1047-51
โทรสาร  0 2575 1052

วันพุธที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2556

สถานทูตไทย ณ กรุงโรม ประเทศอิตาลี เปิดให้บริการจัดทำบัตรประจำตัวประชาชนแก่บุคคลสัญชาติไทย



    สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโรม เปิดให้บริการจัดทำบัตรประจำตัวประชาชนแก่บุคคลสัญชาติไทย ผู้ที่มีถิ่นพำนักในสาธารณรัฐอิตาลี ตั้งแต่วันที่ 16 ตุลาคม 2556 เป็นต้นไป ตามนโยบายการทูตเพื่อประชาชน และความร่วมมือระหว่างกระทรวงการต่างประเทศและกระทรวงมหาดไทย


    โดยเปิดให้บริการจัดทำบัตรประจำตัวประชาชนให้แก่บุคคลสัญชาติไทยผู้มีถิ่นพำนักในสาธารณรัฐอิตาลี ตั้งแต่วันที่ 16 ตุลาคม 2556 เป็นต้นไป ในวันและเวลาทำการของฝ่ายกงสุล คือวันจันทร์ถึงศุกร์ ยกเว้นวันหยุดราชการ ระหว่างเวลา 09.30 น. - 12.30 น. ดังรายละเอียดในประกาศต่อไปนี้
 


นายสุรพิทย์ กีรติบุตร เอกอัครราชทูต ณ กรุงโรม ถ่ายรูปร่วมกับผู้มาขอรับบริการจัดทำบัตรประชาชนที่สถานเอกอัครราชทูตฯ ในวันแรก (16 ต.ค. 56) โดยมีเจ้าหน้าที่กระทรวงมหาดไทย 
ข้าราชการสถานเอกอัครราชทูตฯ เป็นสักขีพยาน 

สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโรม ประเทศอิตาลี
http://www.thaiembassy.it/
กองคุ้มครองและดูแลผลประโยชน์คนไทยในต่างประเทศ
กรมการกงสุล
กระทรวงการต่างประเทศ
123 ถ.แจ้งวัฒนะ ทุ่งสองห้อง หลักสี่ กทม 10210
โทร. 0 2575 1047-51
โทรสาร  0 2575 1052

วันจันทร์ที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2556

ตำรวจบาห์เรนเหนื่อย...ปราบแม่เล้าไทยไม่ไหว



ไม่อยากเปิดโปงเรื่องราวเหล่านี้เลยเพราะมีแต่จะทำให้รู้สึกสลดหดหู่ใจกับปัญหาสังคมที่กำลังระอุอยู่ทั้งในบ้านเราและในต่างประเทศ  แต่ความที่มีหญิงไทยจำนวนไม่น้อยพากันเดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลไปทำงานขายบริการถึงในประเทศบาห์เรนอย่างไม่หยุดหย่อนก่อเรื่องอื้อฉาวเป็นข่าวพาดหัวหนังสือพิมพ์และโทรทัศน์อยู่เนือง ๆ  ... ถูกบังคับให้ขายตัวบ้าง ... ถูกกระทำทารุณกรรมบ้าง ... ว่ากันไปถึงขั้นตกเป็นเหยื่อค้ามนุษย์ก็มี ... เกิดเรื่องแต่ละครั้งก็วุ่นวายกันไปหมด  ทั้งกงสุลของสถานทูตไทยและเจ้าหน้าที่ตำรวจบาห์เรนต้องประสานงานเพื่อหาทางช่วยคุณเธอเหล่านี้อย่างจ้าละหวั่น วันนี้จึงต้องพูดความจริงกันบ้าง
เมื่อไม่นานมานี้สถานทูตไทย ณ กรุงมานามา ส่งเจ้าหน้าที่เดินทางไปเยี่ยมคนไทยที่ถูกจับกุมคุมในเรือนจำสองแห่งของบาห์เรนสิ่งที่ได้พบทำให้ตกใจไม่น้อยเนื่องจากในปัจจุบัน มีคนไทยกำลังตกอยู่ในสภาพนักโทษถูกจองจำในประเทศเล็กๆ แห่งนี้มากมายถึง  ๒๕  ราย เป็นผู้ชายเพียงคนเดียว นอกนั้นล้วนแต่เป็นหญิงในวัยสาวเต็มตัวทั้งสิ้น  บางคนหน้าตาดี  มีการศึกษา และไม่ได้ดูโง่ถึงขนาดที่จะถูกใครหลอกลวงได้ง่ายนัก สตรีกลุ่มนี้มีพฤติกรรมละเมิดกฏหมายในลักษณะเดียวกันคือลักลอบค้าประเวณีในสถานประกอบการต่างๆ อาทิ  โรงแรม  โรงนวด  ตึกแถว  และอพาร์ตเมนต์ส่วนตัว  เรียกว่าสามารถประกอบกิจได้ทุกแห่งไม่ว่าจะเป็นสถานที่หรูหราหรือทรุดโทรม
ที่น่าตกใจที่สุดก็คือ  เริ่มมีเด็กสาวอายุเพียงยี่สิบต้นๆ  ริอาจทำตัวเป็นแม่แท็ก  คำนี้เป็นศัพท์เฉพาะที่แพร่หลายในหมู่หญิงไทยกลุ่มนี้ซึ่งเข้าใจดีว่าหมายถึง  แม่เล้า  นั่นเอง หน้าที่หลักของแม่แท็กคือ ชักชวน  หว่านล้อม จัดหา และล่อลวงหญิงไทยด้วยกันให้ไปที่บาห์เรน   มีการร่วมมือกับผู้ประกอบการเลวๆ  ทำกันเป็นกระบวนการเย้ยกฏหมายและไม่หวั่นเกรงต่อศีลธรรมคนเหล่านี้คิดอยู่อย่างเดียวว่าจะทำอย่างไรให้ได้เงินมามากที่สุด   ไม่เคยสนใจว่าชื่อเสียงและเกียรติภูมิของหญิงไทยในต่างแดนจะกระเทือนเสื่อมเสียอย่างไร  ... พฤติกรรมอย่างนี้ไม่ได้ต่างจากการค้ามนุษย์และนำคนไปเป็นทาสเลย.. น่ารังเกียจ   ไร้สำนึก และควรถูกประณามที่สุด   ... 
(มีต่อแน่ ...  ยังไม่จบง่าย)


                                                                                ........................................

สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงมานามา
ประเทศบาร์เรน
www.thaiembassy.org/manama/‎
กองคุ้มครองและดูแลผลประโยชน์คนไทยในต่างประเทศ
กรมการกงสุล
กระทรวงการต่างประเทศ
123 ถ.แจ้งวัฒนะ ทุ่งสองห้อง หลักสี่ กทม 10210
โทร. 0 2575 1047-51
โทรสาร  0 2575 1052

วันพฤหัสบดีที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2556

การดำเนินการช่วยเหลือคนไทยกรณีเครื่องบินสายการบินลาวตกที่เมืองปากเซ แขวงจำปาสัก เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2556

                  กรมการกงสุลได้จัดตั้งศูนย์ประสานงานเพื่อช่วยเหลือคนไทย กรณีเครื่องบินสายการบินลาว เที่ยวบินที่ QV301 ตกที่เมืองปากเซ แขวงจำปาสัก เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2556 เวลา 16.00 น. ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวมีคนไทยเสียชีวิตจำนวน 5 ราย
                  ศุนย์ประสานงานฯ มีทีตั้งอยู่ ณ กองคุ้มครองและดูแลผลประโยชน์คนไทยในต่างประเทศ หมายเลขโทรศัพท์ 02 575 1047 - 51 โทรสาร 02 575 1052 ทั้งนี้ศูนย์ดังกล่าวจะปฏิิบัติหน้าที่ช่วยเหลือและประสานงานให้กับญาติของผู้ประสบเหตุทุกวัน (ระหว่างเวลา 8.00 - 24.00 น.) จนกว่าการดำเนินการช่วยเหลือจะแล้วเสร็จ

กองคุ้มครองและดูแลผลประโยชน์คนไทยในต่างประเทศ  กรมการกงสุล
กระทรวงการต่างประเทศ
17 ตุลาคม 2556

วันพุธที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2556

แผ่นดินไหวที่ฟิลิปปินส์...คนไทยปลอดภัยดี




จากเหตุแผ่นดินไหว 7.1 ริกเตอร์ ในประเทศฟิลิปปินส์ เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2556 ส่งผลให้มีคนตาย 77 คน เนื่องจากอาคารและดินถล่มที่เกาะ โบฮอล และ 16 คนเนื่องจากอาคารขายปลาและสนามกีฬาถล่ม ที่เกาะเซบู นอกจากนั้นยังพบรอยร้าวและอาคารทรุดพังอีกหลายแห่ง ซึ่งยังถือว่าเป็นโชคดีที่จำนวนไม่ได้เยอะมาก เพราะเป็นวันหยุดราชการของฟิลิปปินส์พอดี



ในรายงานของสถานทูตไทยที่กรุงมะนิลา ไม่มีคนไทยในโบฮอล เพราะคณะครูและนักเรียนไทยโรงเรียนเซนต์คาเบรียล จำนวน 31 คน ที่เดินทางไปดูงาน ได้เดินทางออกไปที่เซบูแล้ว และเลื่อนกำหนดการเดินทางกลับโดยเร็วที่สุด นอกจากนั้นนักท่องเที่ยวและนักศึกษาที่มหาวิทยาลัย Southwestern, Gullias และ Cebu Doctor รวมจำนวน 300 คน ได้รับการประสานจากนักศึกษาแพทย์แล้วว่าทุกคนปลอดภัยดี โดยอาศัยในที่พักชั้นเดียวเพื่อป้องกันอาฟเตอร์ช็อค (after shock) นอกจากนั้นมหาวิทยาลัยยังได้ประกาศหยุดเรียนเป็นเวลา 2 วัน โดยสำนักงานกงสุลกิตติมศักดิ์ไทย ที่นครเซบู จะคอยประสานให้ความช่วยเหลืออย่างต่อเนื่องอีกด้วย

          
สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงมะนิลา
สำนักงานกงสุลกิตติมศักดิ์ไทย ที่นครเซบู Tel: (+632) 412-1688
กองคุ้มครองและดูแลผลประโยชน์คนไทยในต่างประเทศ
กรมการกงสุล
กระทรวงการต่างประเทศ
123 ถ.แจ้งวัฒนะ ทุ่งสองห้อง หลักสี่ กทม 10210
โทร. 0 2575 1047-51
โทรสาร  0 2575 1052

วันพุธที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2556

หญิงไทยในบรูไน ระวัง!อย่าค้าประเวณี


            บรูไนเป็นประเทศหนึ่งที่เศรษฐกิจต้องพึ่งพาแรงงานต่างชาติจำนวนมาก เนื่องจากมีประชากรน้อย ทำให้คนทำงานมีไม่เพียงพอต่อความต้องการ จึงเป็นโอกาสดีของแรงงานไทยพากันเดินทางไปบรูไนอย่างไม่ขาดสาย เพราะส่วนใหญ่จะได้รับค่าเหนื่อยคุ้มค่ากับการทำงาน แรงงานไทยส่วนใหญ่จะทำงานในกิจการก่อสร้าง อุตสาหกรรมตัดเย็บเสื้อผ้า และอื่นๆ ซึ่งที่ผ่านมาคนงานไทยก็มีชื่อเสียงในเรื่องฝีมือการทำงานเป็นที่ยอมรับของคนบรูไน
            แต่สิ่งหนึ่งที่อยากจะเตือนสติกันไว้ด้วยความไม่สบายใจก็คือ ในระยะหลังเริ่มมีคนไทยบางกลุ่มพยายามนำหญิงไทยเข้าไปค้าประเวณีในประเทศนี้เพิ่มขึ้นอย่างผิดหูผิดตา ลูกค้าก็หนีไม่พ้นแรงงานไทยหรือแรงงานชาติอื่นในบรูไนนั่นเอง
            การค้าประเวณีในบรูไนถือเป็นพฤติกรรมผิดกฎหมาย โดยเฉพาะในประเทศที่นับถือศาสนาอิสลาม มีความผิดและมีบทลงโทษค่อนข้างรุนแรงกว่าในเมืองไทย ล่าสุดมีหญิงไทยคนหนึ่งถูกจับกุมและดำเนินคดีในข้อหาค้าประเวณี โดยเธอไปเที่ยวเร่ขายบริการทางเพศให้แก่แรงงานชาวบังคลาเทศด้วยค่าตัวที่น่าสังเวชใจเพียง 20 ดอลลาร์บรูไน หรือ 490 บาท แม้ว่าเธอจะพยายามสู้คดี แต่ก็ไม่รอด เพราะความผิดข้อหานี้ถือเป็นความผิดตามกฎหมายอาญา ศาลได้ตัดสินลงโทษจำคุกหญิงสาวรายนี้เป็นเวลา 2 เดือน และริบเงินรายได้ทั้งหมดที่ได้มาจากการค้าประเวณีไว้เป็นของรัฐ
            กรมการกงสุลจึงขอเตือนหญิงไทยประเภทนี้ทั้งหลายว่า อย่าได้มีพฤติกรรมเช่นนี้เลย ความผิดฐานค้าประเวณีนั้นมีโทษปรับเป็นเงินตั้งแต่ 500 ดอลลาร์บรูไน (12,300บาท) ถึง 5,000 ดอลลาร์บรูไน (123,000บาท) และมีโทษจำคุกนานถึง 1 ปี หากไม่หลาบจำก็จะถูกจำคุกได้ถึง 3 ปี พ้นโทษแล้วยังต้องถูกเนรเทศและขึ้นบัญชีดำห้ามเดินทางเข้าประเทศเขาอีกด้วย



สถานเอกอัครราชทูต ณ บันดาร์เสรีเบกาวัน
http://www.thaiembassybrunei.org/
กองคุ้มครองและดูแลผลประโยชน์คนไทยในต่างประเทศ
กรมการกงสุล
กระทรวงการต่างประเทศ
123 ถ.แจ้งวัฒนะ ทุ่งสองห้อง หลักสี่ กทม 10210
โทร. 0 2575 1047-51
โทรสาร  0 2575 1052