วันจันทร์ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

แรงงานไทยจะไปต่างประเทศ...ต้องเตรียมตัวให้ดี



การเดินทางไปทำงานในต่างประเทศเป็นอีกหนึ่งอาชีพที่พี่น้องแรงงานไทยให้ความนิยม และเชื่อว่าในปัจจุบันมีคนไทยจำนวนไม่น้อยกว่า 300,000 คน กำลังทำงานอย่างหามรุ่งหามค่ำอยู่ในประเทศต่างๆ ทั่วโลก ส่งเงินกลับมาให้ครอบครัวในเมืองไทยอย่างเป็นกอบเป็นกำ เรื่องความขยัน อดทน ไม่เกี่ยงงาน และว่านอนสอนง่าย นั้น เห็นจะไม่มีใครสู้แรงงานไทยได้
แต่ปัญหาของแรงงานไทย ก็ใช่ว่าจะน้อย....
ที่ผ่านมา สถานเอกอัครราชทูต/สถานกงสุลใหญ่ ไทยในต่างประเทศ ได้รับข้อร้องเรียนและต้องรับหน้าที่ไกล่เกลี่ยปัญหาระหว่างนายจ้างและแรงงานไทยอยู่เสมอ ปัญหาที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่มีสาเหตุมาจากความไม่รู้และการไม่เตรียมตัวให้ดีของแรงงานไทย ไม่ศึกษาสัญญาจ้างงาน ไม่รู้เงื่อนไขการจ่ายเงินเดือนหรือค่าโอที (over time) ค่าใช้จ่ายด้านที่พัก-อาหาร ชั่วโมงทำงาน เรียกว่า บางคนถึงขั้นไม่รู้อะไรเลย ใครชวนไปทำงานก็พากันไปกับเขา
เมื่อเดินทางไปถึง บางอย่างก็ไม่เป็นไปตามที่คาดหวังไว้ เกิดปัญหากับนายจ้างบ้าง เพื่อนร่วมงานบ้าง จนเดือดร้อนกันไปหมด
ปัญหาใหญ่อีกประการหนึ่ง คือ แรงงานไทยไม่เรียนรู้วัฒนธรรมท้องถิ่นของประเทศที่ตนต้องไปทำงาน ชอบคิดกันง่ายๆ ว่าคงเหมือนกับเมืองไทย และไม่มีอะไรต้องกังวล เพราะเพื่อนร่วมงานที่ไปด้วยก็เป็นคนไทย แต่ก็เกิดปัญหาตามมาบ่อยครั้ง ยกตัวอย่างเช่น การไปทำงานในประเทศภูมิภาคตะวันออกกลาง ซึ่งมีความแตกต่างจากเมืองไทย ทั้งทางภาษา ศาสนา ความเป็นอยู่และวัฒนธรรม มีกฎหมายที่เคร่งครัด ไม่มีแหล่งบันเทิง ไม่ขายสุราเหล้าเบียร์ ถ้าเป็นผู้หญิงต้องแต่งกายมิดชิดและคลุมผมในที่สาธารณะ
หรือที่ประเทศอิสราเอล แรงงานไทยส่วนใหญ่ไปทำงานด้านการเกษตร เช่น ปลูกผัก ปลูกดอกไม้ ต้องสำผัสกับสารเคมีทุกวัน บางคนไม่ยอมใส่ถุงมือ หรืออุปกรณ์ป้องกัน ทำให้เกิดการแพ้สารเคมี หรืองานเลี้ยงสัตว์ เช่น เป็นหรือห่าน ที่ต้องให้อาหารทุกชั่วโมง ไม่มีเวลาพักผ่อน นานวันเข้าสุขภาพก็ย่ำแย่ ยิ่งถ้ามีนิสัยชอบดื่มสุราด้วย ก็จะซ้ำเติมให้ร่างกายอ่อนแอจนล้มป่วยได้ในที่สุด

การใช้ชีวิตและการปรับตัวให้ได้ในวัฒนธรรมต่างบ้านต่างเมืองเมื่ออยู่ต่างประเทศ เป็นเรื่องจำเป็น และสำคัญอย่างยิ่งสำหรับแรงงานไทย เพราะหากปรับตัวไม่ได้ ก็จะนำไปสู่อีกหนึ่งปัญหาที่พี่น้องแรงงานไทยส่วนใหญ่มักจะพบเจอกันไม่มากก็น้อย และที่สำคัญคือแก้ไขไม่ได้ ถือเป็นปัญหาสำคัญอันดับหนึ่งตลอดกาล นั่นคือ ดื่มเหล้า เล่นการพนัน และเมาสุราวิวาทกันเอง ทำให้นายจ้างต้องพาไปขึ้นโรงขึ้นศาลกันอยู่บ่อยๆ เสียเวลาทำงาน เสียเวลาของนายจ้าง และเสียค่าใช้จ่ายอื่นๆ อีกมาก ซ้ำร้ายกว่านั้น บางรายเมาถึงขั้นควบคุมตัวเองไม่อยู่ ไปทำร้ายแรงงานต่างชาติหรือคนท้องถิ่นในประเทศนั้นๆ กลายเป็นว่าเรื่องจบลงด้วยการติดคุกติดตารางกันไป

อีกเรื่องหนึ่ง ที่แรงงานไทยต้องแก้ไขให้ได้ คือการละทิ้งงานหรือกลับประเทศอย่างกระทันหัน โดยไม่สนใจพันธะผูกพันตามสัญญาจ้างที่ได้ตกลงไปแล้ว พฤติกรรมอย่างนี้ ถือว่าทำความเสียหายต่อนายจ้างอย่างมากเพราะเป็นการยกเลิกสัญญาจ้างก่อนกำหนด

ประการสุดท้ายที่ทำให้ชื่อเสียงของแรงงานไทยเสื่อมเสียอย่างมาก คือ การที่แรงงานไทยหลบหนีนายจ้าง ทิ้งงานที่ทำอยู่กับบริษัทเดิมไปดื้อๆ โดยกรณีเช่นนี้มักเกิดขึ้นที่ประเทศเกาหลีใต้ คือมีกระบวนการนายหน้าเถื่อน ล่อลวงคนงานไทยให้ไปทำงานด้วย อ้างว่าจะได้รายได้ดีกว่าที่เก่ามาก บางคนเชื่อ ก็หลบหนีนายจ้างเก่าไปทำงานที่ใหม่ ซึ่งต้องระวังอย่างยิ่ง เพราะพฤติกรรมเช่นนี้ถือว่าผิดกฎหมายของเกาหลีใต้ จะกลายเป็นผู้หลบหนีเข้าเมืองทันที มิหนำซ้ำ นายจ้างอาจแจ้งความดำเนินคดีกับคนงานที่หลบหนีอีกด้วย คนงานที่มีประวัติเสียหายเหล่านี้จะไม่สามารถเดินทางกลับไปทำงานในเกาหลีใต้ได้อีกเลย

สรุปแล้ว การเดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลไปขายแรงงานในต่างประเทศ ด้วยหวังว่าจะเก็บเงินกลับประเทศได้เป็นกอบเป็นกำ แต่ถ้าคนงานมีความประพฤติไม่เหมาะสม และไม่ยอมปรับปรุงตนเองให้ดีขึ้น ก็อาจกลายเป็นว่าต้องเสียทั้งเงิน เสียทั้งเวลา และส่งผลเสียต่อชื่อเสียงแรงงานไทยดีๆ ไปอีกด้วย

ที่มา : กองคุ้มครองและดูแลผลประโยชน์คนไทยในต่างประเทศ
         กรมการกงสุล
        กระทรวงการต่างประเทศ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น