วันพฤหัสบดีที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2554

คนไทยถูกตำรวจอียิปต์จับกุมข้อหาวีซ่าปลอม





คนไทยถูกตำรวจอียิปต์จับกุมข้อหาวีซ่าปลอม

มีรายงานจากสถานเอกอัครราชทุต ณ กรุงไคโร แจ้งว่าเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองอียิปต์จับกุมตัวคนไทย 2 คน ซึ่งทำงานอยู่ที่เมือง Hurghad ในข้อหาปลอมแปลงตราประทับวีซ่า เนื่องจากพบวีซ่าทำงานและวีซ่าผู้ติดตามนักศึกษามหาวิทยาลัย Al Azhar อยู่ในเล่มเดียวกัน ซึ่งปกติไม่สามารถทำได้

สถานเอกอัครราชทูตฯ ได้ประสานกับอัยการและเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองของอียิปต์ รวมทั้งสอบถามข้อเท็จจริงกับคนไทยทั้งสองคน ได้ความว่า บุคคลทั้งสองเข้าประเทศอียิปต์โดยวีซ่าท่องเที่ยว และได้จ้างคนไทยคนหนึ่งที่อาศัยอยู่ในกรุงไคโรเป็นผู้ดำเนินการขอวีซ่าเพื่อทำงานในอียิืปต์โดยจ่ายเงินเป็นค่าดำเนินการถึง 400-800 ดอลลาร์สหรัฐ แต่แทนที่จะได้วีซ่าทำงาน กลายเป็นวีซ่าผู้ติดตามนักศึกษามหาวิทยาลัย Al Azhar ซึ่งถูกเลิกใช้ตั้งแต่ปี ค.ศ. 2008 วีซ่าดังกล่าวเป็นภาษาอาหรับ คนไทยทั้งสองคนจึงไม่รู้ว่าเป็นวีซ่าผิดประเภท และเมื่อถึงเวลาต่ออายุก็ได้ไปติดต่อกับตรวจคนเข้าเมืองอียิปต์เพื่อขอต่ออายุวีซ่าทำงานจึงได้ถูกเจ้าหน้าที่พบเห็นวีซ่าประเภทติดตามนักศึกษาดังกล่าว จึงได้ควบคุมตัวและตั้งข้อหาปลอมแปลงตราประทับวีซ่า แต่ก็ได้ปล่อยตัวชั่วคราวและจะเรียกคนไทยทั้งสองมาสอบสวนเพิ่มเติมพร้อมกับติดตามตัวนายหน้าคนไทยที่รับดำเนินการเรื่องนี้ให้มาสอบปากคำด้วย

ในเรื่องนี้ สถานเอกอัครราชทูตฯ ได้มอบหมายให้นายชัยณรงค์ กีรติยุตวงศ์ อัครราชทูต เดินทางไปเมือง Hurghada เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติมและหาทางช่วยบุคคลทั้งสอง ทราบว่ามีคนไทยในเมือง Hurghada อีกหลายรายที่ใช้วีซ่าผู้ติดตามเช่นเดียวกัน โดยได้ให้นายหน้ารายเดียวกันเป็นผู้ดำเนินการให้ สถานเอกอัครราชทูตฯ จึงได้แนะนำให้ผู้ที่มีวีซ่าไม่ถูกต้องใช้โอกาสในการเดินทางกลับประเทศไทยช่วงพักร้อนประจำปีดำเนินการขอวีซ่าทำงานจากสถานทูตอียิปต์ในประเทศไทยให้ถูกต้อง แต่ได้รับแจ้งว่ามีอุปสรรคสำคัญ 2 ประการคือนายจ้างอียิปต์ไม่ให้ความร่วมมือในการดำเนินการขอวีซ่าทำงาน และขั้นตอนการขอวีซ่าทำงานที่สถานทูตอียิปต์ในประเทศไทยมีขั้นตอนที่ยุ่งยาก ทางสถานเอกอัครราชทูตฯ จึงจะประสานกับฝ่ายอียิปต์เพื่อแก้ไขปัญหานี้ต่อไปเพื่อไม่ให้คนไทยรายอื่นๆ ต้องถูกจับกุมดังเช่นกรณีคนไทย 2 ราย ดังกล่าว รวมทั้งจะดำเนินการกับนายหน้าคนไทยที่สร้างปัญหาให้กับคนไทยด้วยกันด้วย

เรื่องนี้นับเป็นอุทธาหรณ์อีกกรณีหนึ่งที่กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศได้เพียรพยายามตักเตือนคนไทยที่จะไปทำงานในต่างประเทศให้ดำเนินการให้ถูกต้องตามขั้นตอน ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางไปทำงานด้วยตัวเองหรือมีบริษัทจัดหางานเป็นผู้ดำเนินการให้ จะต้องมีสัญญาจ้างงานที่ผ่านการรับรองจากกระทรวงแรงงานและสถานทูต/สถานกงสุล ของไทยในต่างประเทศก่อน จากนั้นจึงจะไปขอวีซ่าให้ถูกต้องถูกประเภท ถึงแม้ว่าการดำเนินการให้ถูกต้องนั้นจะใช้เวลาและมีขั้นตอนมาก ก็ต้องทำ มิฉะนั้นท่านจะต้องไปประสบกับปัญหาในต่างประเทศอย่างแน่นอน ควรคิดให้ดีว่า ท่านต้องการไปทำงานหาเงิน ไม่ได้ต้องการไปประสบปัญหาจนถึงขั้นถูกจับกุมและอาจถูกส่งตัวกลับประเทศไทย ดังนั้น จึงต้องดำเนินการให้ถูกต้องจะได้ไม่ไปมีปัญหา ไม่ได้ทำงาน ไม่ได้เงิน แถมบางทีอาจถูกจับเข้าคุกอีกด้วย

ที่มา : สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงไคโร
: กองคุ้มครองและดูแลผลประโยชน์คนไทยในต่างประเทศ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ

1 ความคิดเห็น: